อาคารหลังแรก
ศาลาหลังแรกที่สร้าง เป็นศาลาชั้นเดียว เป็นศาลาแบบเปิดโล่ง ใช้เสาไม้ หลังคามุงหญ้าคา ขนาด ๘x๑๒ เมตร สูง ๔ เมตร เพื่อใช้เป็นสถานที่ ในการทำข้อวัตรปฏิบัติในพรรษาแรก ซึ่ง ปัจจุบันถูกลมพายุพัด ล้มพังไปแล้วเมื่อปี ๒๕๓๕

ศาลามุงหญ้าคาหลังกะทัดรัด คือ สิ่งปลูกสร้างหลังแรกของสำนักสงฆ์สุภัททะบรรพตบนเขายายดา โดยสร้าง ขึ้นในเดือนเมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๘ สำหรับอาศัยหลบฝนหลบแดด แต่เนื่องจากวัสดุธรรมชาติที่ใช้สร้างศาลามีความเสื่อมไปในเวลาไม่ช้า และในภายหลัง ถูกพายุพัดพัง ประกอบกับมีผู้สนใจมาวัดเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นต้องก่อสร้างอาคารที่มีความคงทนถาวรยิ่งขึ้น เพื่อสามารถรองรับสาธุชนที่มีศรัทธาที่ทวีจำนวน ขึ้นเรื่อยๆ อาคารต่างๆ จึงเกิดตามมา ไม่ว่าจะเป็นศาสาหอฉัน ศาลา อเนกประสงค์ โรงครัว กุฏิที่พักพระ และที่พังสำหรับผู้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ตลอดจนอุโบสถ สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา

แนวนโยบายในการจัดการสิ่งปลูกสร้าง อันเป็นศาสนสถาน ให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ สามารถใช้สอยพื้นที่ได้หลายรูปแบบ ประหยัด คงทนถาวร สะอาดตา ดูแล รักษาง่าย และเป็นระเบียบเรียบร้อย ตามแบบวัดป่าที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย

ในปีเดียวกันนั้น ก็ได้ก่อสร้างศาลาหอฉันหลังแรกเป็นอาคารทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ขนาด ๑๒ X ๑๖ เมตร เดิมที่ใช้เป็นที่ฉันภัตตาหาร สวดมนต์ทำวัตรเช้า ปัจจุบันขนาดของอาคารนี้ไม่เพียงพอกับจำนวนภิกษุสงฆ์และสามเณร จึงได้ดัดแปลงเป็นที่พักสำหรับญาติโยมในชั้นบน ส่วนชั้นล่างใช้เป็นโรงครัว

ศาลาโพธิญาณ

คณะศรัทธาญาติโยม ได้ร่วมกันสร้างศาลาหอฉันขึ้น เป็นศาลาคอนกรีตผสมกับไม้ สร้างเป็นสองชั้น ขนาด ๑๒ x๑๖ เมตร ซึ่งแล้วเสร็จประมาณปลายปี ๒๕๒๘ ชั้นบน ใช้เป็นที่สำหรับพระภิกษุ สามเณรฉันภัตตาหาร ที่รวมประชุมสวดมนต์ทำวัตร ทำสังฆกรรม มีห้องพักสำหรับภิกษุอาพาธ ชั้นล่างใช้เป็นที่พักญาติโย ม และโรงครัว

เมื่อพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษามากขึ้นศาลาหอฉันที่สร้างในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ ใช้งานมาได้หลายปีก็เริ่มคับแคบ อีกทั้งพื้นที่วัดเป็นป่าเขา พระเณรต้องเดินเท้าขึ้น วันละหลายๆ รอบเป็นระยะเวลาพอสมควร จึงได้มีการสร้างศาลาอเนกประสงค์ขึ้นใหม่ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ให้ชื่อว่า ศาลาโพธิญาณ

ศาลาโพธิญาณนี้เหมาะจะเป็นที่รวมสงฆ์อีกจุดหนึ่ง เป็นอาคารแบบ ๒ ชั้น ขนาด ๑๖ x ๒๔ เมตร พี้นที่ชั้นบนโดยรอบมีแนวระยะเบียงด้านละ ๔ เมตร สามารถเดินได้รอบ ชั้นบนนี้ใช้เป็นที่สวดมนต์ทำวัตรเย็น ปฏิบัติสมณกิจ เช่น เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งถือเป็นพระพุทธรูปหล่อองค์แรกของวัดมาบจันทร์ สร้างในปีพุทธศักราช ๒๕๓๒ ส่วนชั้นล่างของศาลาโพธิญาณเป็นที่เก็บกักน้ำฝนเพื่อใช้ภายในวัด และยังมีห้องสมุด ห้องพัสดุ ห้องยา รวมทั้งตู้บรรจุโครงกระดูกเพื่อให้พระเณร ได้พิจารณากรรมฐาน


ศาลาอเนกประสงค์

เมื่อมีผู้สนใจในการปฏิบัติธรรมมากขึ้น ศาลาสังฆกรรมที่ใช้รวมประชุม ในงานพิธี ต่างๆก็คับแคบลง ประกอบกับขนาดศาลาหอฉันที่ใช้ ไม่เพียงพอกับจำนวนพระ-เณรที่เพิ่มมากขึ้น ทุกปี จึงได้สร้างศาลาอเนกประสงค์ ขึ้นเป็นศาลาคอนกรีตเสริมเหล็กสองชั้นขนาด ๑๖x๒๐ เมตร สร้างเสร็จในปี ๒๕๓๖ โดยชั้นบนใช้เป็นที่รวมประชุมในงานพิธีต่างๆ และเป็นที่ฉันภัตตาหาร แทนหอฉันเดิม ซึ่งเปลี่ยนมาเป็นที่พักโยม ชั้นล่างทำเป็นถังเก็บน้ำฝนขนาด ๔x๑๒ เมตร ใช้สำหรับจ่ายน้ำในส่วนบริเวณวัดที่อยู่ด้านล่างทั้งหมด มีห้องโถง ห้องพยาบาลและห้องพักโยม และได้สร้างที่พักสำหรับโยมผู้หญิงขึ้นอีก ๑ หลัง ขนาด ๔x๘ เมตร และสร้างกุฏิพระ-เณรขึ้นอีกหลายหลัง


กุฎิพระ

กุฏิที่สร้างขึ้นหลังแรก เป็นกุฏิไมชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้อง ขนาด ๒x๓ เมตร ซึ่งท่านอาจารย์อนันต์ อกิญจโนได้อาศัยอยู่จำพรรษา ในพรรษาแรก ปัจจุบันยังคงอยู่เป็นอนุสรณ์

ไม่เพียงแต่จะมีศาลาเพิ่มขึ้น กุฏิพระก็จำเป็นต้องขยายจำนวนด้วยเช่นกัน จากที่เคยมี ๕ หลัง เมื่อครั้งเริ่มต้น ปัจจุบันมีกฏิพระกว่า ๒๐ หลัง ส่วนใหญ่เป็นทรงไทยชั้นเดียว ยกพื้นสูงเรียงรายอยู่โดยรอบบริเวณวัด

ภายหลังเมื่อมีพระอาวุโสพรรษามากๆ มาพัก จึงได้จัดสร้างกุฏิที่พักพระเถระเป็นแบบคอนกรีตถาวรขึ้น เป็นอาคาร ๒ ชั้น ยกพื้นสูง ทั้งนี้ตามกำลังศรัทธาญาติโยมจัดสร้างถวาย

บางกาลเวลาที่เหมาะสมท่านพระอาจารย์อนันต์จะนำพระเณรปักกลด บริเวณป่า โดยรอบวัดด้วย


อุโบสถ

อุโบสถเป็นสถานที่สำคัญของวัด เป็นสถานที่ใช้ประกอบสังฆกรรม สำหรับพระภิกษุสงฆ์เช่น การสวดปาฏิโมกข์ คือการสวดพระวินัยสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ใช้ประกอบพิธี การอุปสมบท ซึ่งถือว่าเป็นที่กำเนิดของ พระสมมติสงฆ์และพระอริยสงฆ์ เพื่อทำหน้าที่ในการสืบ อายุพระศาสนา และยังใช้เป็นที่รวมประชุมของญาติโยม ในการสวดมนต์ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรม รวมทั้งการประกอบพิธีกรรม ในวันสำคัญต่างๆ และถือว่า เป็นอุโบสถหลังแรกแห่ง วัดสาขาของวัดหนองป่าพง ในภาคตะวันออก ซึ่งสามารถใช้เป็นศูนย์รวมในการประกอบสังฆกรรม หรือพิธีกรรมต่างๆ ของวัดสาขาวัดหนองป่าพง ในภาคตะวันออกทั้งหมดเพื่อความสะดวกในการเดินทาง

สถาปนิกได้ออกแบบอุโบสถ ตามแนวความคิดของท่านพระอาจารย์อนันต์ อกิญจโน ทำให้ได้แบบอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมทรงไทยประยุกต์ สองชั้น โดยลดระดับตามแนว ของชั้นเขา มีขนาดความกว้าง ๒๔ เมตร ยาว ๓๒ เมตร สูง ๑๘ เมตร หลังคาสามชั้น สามารถบรรจุคนได้ประมาณ ๕๐๐ คน การตกแต่ง จะใช้วัสดุที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัด รักษาความสะอาดง่าย

อุโบสถนี้มีรูปร่างลักษณะคล้ายเรือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดระยอง และเป็นปริศนาธรรมอันแสดงถึง ยานพาหนะที่จะใช้ขนสัตว์โลก ให้ข้ามพ้นบ่วงแห่งวัฏฏสงสาร ไปสู่แดนแห่งนิพพานอันเป็นดินแดน แห่งความสงบเย็น

เนื่องจากการตกแต่ง ที่เรียบง่าย จึงทำให้ประหยัดงบประมาณในการก่อสร้าง คาดว่า งบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างอุโบสถ ทั้งสิ้นประมาณ ๙ ล้านบาทเศษ เริ่มก่อสร้างโดย เริ่มตอกเสาเข็มในเดือน พฤษภาคม ๒๕๓๙ และประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา

วันเสาร์ ที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๔๑ จัดพิธีทอดกฐินสามัคคี ที่วัดมาบจันทร์ โดยมีพระครูสิริภาวนาภิธาน เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ดร.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว เป็นประธาน ฝ่ายฆราวาส

 
 
 
หน้าแรก | ประวัติพระอาจารย์อนันต์ | ประวัติมาบจันทร์ | สิ่งก่อสร้าง | พิธีกรรมและกิจกรรมของวัด | หนังสือธรรมะธรรมเทศนา | ที่อยู่และแผนที่
© Copyright Watmarpjan, All Rights Reserved
Design by ExpressData l Seach Phuket